Title: Abnocent ♥ ผู้ชายร้ายบริสุทธิ์

Pairing: Yunho&Jaejoong | Siwon&Heechul | Changmin&Jihye | Yuchun&Junsu

Genre: Romantic-Comedy

Rating: PG | NC

Author: IRain


 

 

 

ภารกิจที่ 6

บทนางเอกถูกปล้ำ

 

เป็นครั้งแรกที่น้ำเสียงโทนแหลมโปรยคำเชิงติเตือนโดยไม่มีเสียงหวานโต้แย้งกลับมาแถมเจ้าตัวยังทิ้งตัวนั่งโซฟาปลายเตียงนอนด้วยใบหน้าที่เต็มเปี่ยมด้วยรอยยิ้ม อาการแปลกประหลาดของคนในการดูแลเรียกให้ร่างเล็กหยุดการเคลื่อนไหวของริมฝีปาก

           

“แจจุงนายจะไม่เถียงพี่สักคำเลยเหรอ”

           

“เรื่องเตียงน่ะเหรอฮะ”

           

“อะไรก็ได้เถียงฉันหน่อยสินายเงียบแบบนี้มันวังเวงนะ!”

           

“พี่ก็รู้ว่าแจจุงหวงห้องนอนขนาดไหน...แต่เมื่อคืนเกิดเหตุขัดข้องจริงๆ” ดวงตาเรียวรีเบิกขึ้นกว้างเมื่อมือบางกระชากผ้าห่มผืนหนาขึ้นเผยหยาดวงกลมสีแดงคล้ายเลือดและรอยเปื้อนสีขาวกระจายทั่วเตียงนอน จากผ้าปูสีหวานลายคิตตี้ตอนนี้กลับกลายเป็นโศกนาฏกรรมแมวสีแดง


ที่สำคัญนี่มันของขวัญวันเกิดที่ฉันซื้อให้นายนี่คิมแจจุง

ลิมิตเต็ดอิดิชั่นขายแค่สามผืนในโลก

ราคาพอๆ กับหลุยส์ที่นายหิ้วเลยนะแจจุง ToT

           

“เนียนมั้ยฮะ”

มันยังมีหน้ามาพูด!


 

“นี่มันผ้าฝ้ายที่ฉันปลูกกับมือเลยนะ ToT” ผู้จัดการตัวเล็กเบ้หน้าเหมือนอยากจะร้องไห้

           

“พี่เห็นมั้ยฮะ! นี่เลือดส่วนนี่...”

นายเงียบแบบเดิมท่าจะเวิร์คกว่านะแจจุง!

           

“เห็นเต็มสองตาเลย!”

           

“ขอบคุณนะฮะที่ไม่โกรธ คิตตี้ของพี่จุนซูช่วยให้แจจุงสมหวังในความรักเชียวนะ!”

ใครบอกมันว่าไม่โกรธวะ!!

           

“สมหวังในความรัก?”

           

“อ๊า! แจจุงรักคิตตี้ที่สุดในโลก!” คิมแจจุงสติหลุดกอดหมอนข้างลายคิตตี้ในคอลเลคชั่นเดียวกับผ้าปูที่นอนไปแล้วเรียบร้อยทิ้งให้ผู้จัดการส่วนตัวสรรหาคำตอบของสมการปริศนา

           

คิตตี้ + ? = สมหวังในความรัก   

      

อะไรของมัน!           

เลิกบ้าแล้วมาแก้สมการนี่เดี๋ยวนี้เลยนะคิมแจจุง!!

           

“พี่จุนซูฮะ”

           

“ถ้าเกิดว่าแจจุงคิดอยากจะแต่งงานขึ้นมาจริงๆ แล้ว...โอ้ย!” ยังไม่ทันที่เจ้าตัวปัญหาจะพูดจบแรงดีดนิ้วหนักๆ ก็ส่งตรงถึงหน้าผากมนจนขึ้นรอยแดง

           

“ไอ้พี่ผู้จัดการบ้า! แจจุงเจ็บนะ! พี่บ้าไปแล้วรึไง แจจุงยังต้องอาศัยหน้าตาทำงานหาเงินนะ”

           

“ฉันไม่ได้บ้า! นายนั่นแหละบ้า ก็รู้ว่าตัวเองยังต้องทำงานหาเงินด้วยหน้าตาแบบนี้ ภาพลักษณ์แบบนี้แล้วนายจะแต่งงานได้ยังไง แต่เดี๋ยวนะ!” จุนซูรวบรวมสติแล้วฉุดคิดขึ้นได้

           

“เลือดจากน้ำแดงผสมกาแฟ รอยสีขาวจากนม สมหวังในความรักแล้วแต่งงาน! นายอย่าบอกนะว่า...”

           

“แค่ลองแสดงบทนางเอกถูกปล้ำก็แค่นั้น!”

           

“สารภาพบาปมาซะดีๆ โทษจากหนักจะได้ประหารทีเดียว!”

จุนซูใช้นิ้วเรียวทำท่าเชือนคอด้วยสีหน้านิ่ง

           

“แจจุงไม่ผิด! พี่นั่นแหละที่เป็นจุดต้นเหตุของเรื่องทั้งหมด พี่เป็นคนส่งให้แจจุงไปถ่ายแบบนิตยสารนั่นเองนี่!”

           

“ฉันผิดงั้นสิ!”

           

“แต่ก็ต้องขอบคุณพี่ที่ทำให้แจจุงได้เจอรักแรกพบ” แจจุงทำหน้าเหมือนล่องลอยในฝันจนจุนซูอยากดีดหน้าผากปลุกให้เจ้าตัวหลุดจากฝันนั่นซะเดี๋ยวนี้

           

มโนจนติดเป็นนิสัย!

           

“รักภาษาอะไรถึงได้จัดฉากว่าโดนปล้ำขนาดนี้กัน!”

           

“เอาไว้แจจุงจะพาน้องเขยมาแนะนำให้รู้จักนะฮะ”

           

“ถ้าความแตกขึ้นมา...”

           

“ไม่ต้องห่วงหรอกฮะ!”

 

“ก่อนจะถึงตอนนั้นแจจุงคงไม่ปล่อยให้โอกาสโดนปล้ำจริงๆ หลุดมือไปได้แน่นอน!”

น้ำเสียงจริงจังนั่นจุนซูจำได้ดีว่าเรียกอาการขนลุกให้เขาได้มากขนาดไหน


 

รู้สึกกลัวแทนผู้โชคร้ายคนนั้นจับใจ!           

บรึ๋ย!


 

 

♥♥♥

           

 

“อะแฮ่ม!”           

เสียงหวานในลำคอเรียกให้ใครบางคนที่ก้มๆ เงยๆ สนใจ ทว่าปฏิกิริยานั้นเรียกให้หนอนหนังสือตัวโตแสร้งทำเป็นเมินเฉยเพราะรู้ดีว่าต้นเสียงนั้นคือใคร

           

“อะแฮ่ม! อะแฮ่ม!”

           

“อะไรติดคอไปห้องพยาบาลมั้ย” ยียวนด้วยน้ำเสียงกวนประสาททั้งที่สายตายังไม่ละไปจากหนังสือเล่มหนา

           

เมื่อความล้มเหลวมาเยือนจีฮเยจึงทิ้งตัวนั่งลงแรงๆ ฝั่งตรงข้ามหันหลังให้ชางมินที่จับจองโต๊ะม้านั่งใต้ร่มไม้ขนาดใหญ่ภายในโรงเรียน

           

“ที่บ้านฉันเปิดร้านไอศกรีมโฮมเมดบรรยากาศเหมาะสำหรับนั่งติวหนังสือเลยล่ะ”           

จีฮเยพูดเหมือนประโยคบอกเล่าหากฟังดีๆ จะรับรู้ได้ว่ามันเป็นประโยคคำถามที่แฝงอยู่ด้วย ชางมินหลุดยิ้มให้กับสมการดุลเคมี ไม่ใช่เพราะโจทย์ง่ายแต่เป็นเพราะหญิงสาวช่างเจรจาอ้อมโลกคนนี้ต่างหาก

           

มาลองคิดดูดีๆ การแข่งขันแบบนี้มันไม่ยุติธรรม บางทีอ่านพร้อมกันทำโจทย์พร้อมกันมันน่าจะดีกว่า”

           

“จะให้ฉันติวก็บอก!”

           

“ป...เปล่า! ถ้าแยกกันเกิดนายขี้โกงอ่านก่อนฉันจะทำไง”

           

“ของแบบนี้ใครขยันใครได้!”

           

“ฉันให้กินไอติมฟรีเลยเอ้า!” ยื่นข้อเสนอที่เป็นจุดอ่อนของอีกฝ่าย

           

“ค่อยน่าสนใจหน่อย!”

           

ชางมินไม่ใช่คนเห็นแก่กินนี่บอกเลย - -;;

 

 

♥♥♥

 


ผู้คนหลากหน้าที่เดินประสานงานกันไปมากลายเป็นเรื่องปกติแสนเคยชินสำหรับเหล่านักแสดง ยิ่งใกล้เวลาเข้าฉายของภาพยนตร์ยิ่งต้องเร่งถ่ายทำให้เสร็จเพื่อจะได้ผ่านกระบวนการผลิตในขั้นตอนต่อไป

           

การถ่ายทำละครเพียงฉากนี้แค่ฉากเดียวใช้เวลาตั้งแต่เช้าจนถึงตอนนี้ซึ่งล่วงเลยเป็นเวลาสามทุ่มตรง ยอมรับว่าแจจุงไม่มีสมาธิจิตใจจดจ่อกับใครอีกคนที่สัญญาว่าจะมารอรับถึงกองถ่าย ว้าวุ่นถูกสั่งเทคหลายรอบจนโดนเรียกไปตำหนิ

           

ความกดดันเรียกให้นักแสดงมืออาชีพต่อสู้กับอารมณ์ถ่ายทอดออกมาสมบทบาทตัวละคร เสียงสั่งคัทสิ้นสุดการถ่ายทำของวันนี้จากผู้กำกับเรียกให้แจจุงลอบถอนหายใจที่ผ่านพ้นไปได้ด้วยดี

           

“ขอบคุณมากนะฮะ” โค้งคำนับเหล่าทีมงานที่ดูแลใส่ใจนักแสดงอย่างมีมารยาท แจจุงลอบมาหาผู้จัดการส่วนตัวเมื่อต้องจัดการเปลี่ยนชุดภายหลังจากการเลิกงาน จุนซูรู้หน้าที่นั้นดีแต่ตอนนี้กลับไม่เห็นแม้แต่เงาของผู้จัดการส่วนตัว

           

“พี่จุนซูติดธุระส่วนนายต้องกลับพร้อมฉัน!”

           

“ธุระอะไรทำไมถึงไม่บอกฉัน!” ตวัดสายตาไม่พอใจส่งให้ซีวอน “ทำไมต้องให้คนนอกอย่างนายมาบอก...”

           

“คนนอก?”

           

“แต่นายต้องกลับพร้อมคนนอกอย่างฉันไปเปลี่ยนเสื้อผ้าได้แล้วไป”

           

“ถ้าอย่างนั้นพี่จุนซูไม่ได้บอกนายรึไงว่าฉันจะกลับพร้อมคุณยุนโฮ!” ได้ยินดังนั้นซีวอนก็ไม่รอให้คนทิ้งระเบิดเดินหนีไป คว้าแขนบางกระชากอย่างแรงจนแจจุงเซถลาแบบไม่ทันตั้งตัว

           

“หมายความว่าไง!”

           

“นายไม่มีสิทธิ์มาใช้ความรุนแรงกับฉัน! แฟนตัวจริงของฉันยังไม่กล้าทำกับฉันเหมือนแฟนตัวปลอมอย่างนายเลยซีวอน!”       

แจจุงตวัดมองด้วยสายตาดุดันบ่งบอกห้วงอารมณ์ สะบัดแขนด้วยโกรธอย่างถึงที่สุดในการกระทำของชเวซีวอน

           

“ตอนนี้นักข่าวจ้องเล็งหัวนาย! นายพร้อมจะถูกประหารได้ทุกเมื่อเพราะฉะนั้นพี่จุนซูถึงฝากนายไว้กับฉัน”

           

“ไม่มีใครเป็นเจ้าชีวิตฉันนอกจากตัวฉันเอง!” ตะโกนอย่างสุดเสียง แจจุงกำลังพาลโกรธผู้จัดการที่ฝากคนในดูแลไว้ในการควบคุมของคนอื่น ทั้งที่ทุกเรื่องในชีวิตของแจจุงอยู่ในการรับรู้ของจุนซูหรือแม้กระทั่งเรื่องของยุนโฮ ไม่มีเรื่องไหนที่ดาราชื่อดังไม่เคยบอกเพราะแจจุงไว้ใจคนที่ใช้ชีวิตร่วมกันมาเกือบสองปี


แจจุงไว้ใจจุนซูมากที่สุด!

           

เรื่องจริงที่แจจุงเป็นคนหัวแข็ง การกระทำเอาแต่ใจ สิ่งที่ทุกคนคาดไว้คือซีวอนที่จะมาสยบสิ่งพวกนั้น           

ไม่มีทาง!

           

“ทุกคนเป็นห่วงนายถึงต้องทำแบบนี้...”

           

“ถ้าฉันตายก็เพราะฉันเลือกที่จะตายด้วยตัวเอง”

           

“เพราะฉะนั้นไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นฉันจะกลับพร้อมคุณยุนโฮ” ยืนยันคำตอบหนักแน่นด้วยน้ำเสียงเฉียบขาด นานครั้งซีวอนจะได้เห็นแจจุงในลุคนี้ แจจุงเหมือนเปลวไฟพร้อมจะลุกโชนเผาทำลายทุกสิ่งที่ขวางหน้า ทุกครั้งซีวอนจะเป็นดั่งสายน้ำที่สาดชะล้างให้ไฟดับมอดลงเหลือเพียงกลิ่นควันจางๆ แต่ครั้งนี้ซีวอนเองกลับเปรียบเสมือนน้ำมันที่ยิ่งเข้าใกล้เปลวไฟนั้นยิ่งลุกลามเผาไหม้ระรานไปทั่วบริเวณ

           

“เปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วกลับพร้อมกัน!” ซีวอนเอ่ยเสียงเรียบไม่รับฟังไม่รับรู้สิ่งใดๆ

           

“นายเปลี่ยนฉันใจไม่ได้หรอกชเวซีวอน!!!”           

แจจุงเดินกระแทกเท้าปึงปังด้วยความถูกตามใจมาโดยตลอด เหล่าทีมงานฝ่ายคอสตูมสะดุ้งกันเป็นแถบเมื่อดาราเจ้าอารมณ์ปิดประตูห้องแต่งตัวเสียงดังสนั่น


 

ร้าย!

วีน!

เหวี่ยง!

คือสิ่งที่ทุกคนลงมติว่าเป็นนิยามบรรยายสรรพคุณของคิมแจจุง

           

รถโฟล์คที่ได้รับอภิสิทธิ์เข้ามาเทียบจอดภายในกองถ่ายทำเรียกให้ทุกคนสนใจ สถานที่นี้ถูกปิดให้เป็นความลับและบุคคลที่ได้รับอนุญาตเท่านั้นที่จะผ่านเข้ามาได้ แน่นอนว่าหมดสิทธิ์ที่นักข่าวจะเข้ามายุ่มย่าม

           

ทุกคนต่างฮือฮาเมื่อดาราขาเหวี่ยงเจ้าประจำดูสงบลงอารมณ์คุกรุ่นจนกลายเป็นปกติลงท้ายด้วยรอยยิ้มหวาน โดยเฉพาะเหล่าทีมงานที่พยายามส่องทะลุฟิล์มทึบสีว่าใครคือสารถีประจำกายนักแสดงแถวหน้าของวงการ หากมีเบาะแสคงมีรายได้มากกว่าเงินเดือนเป็นสิบเท่า

           

แจจุงตัวร้าย ขาวีน สุดเหวี่ยงในสายตาของใครหลายคนกลับกลายเป็นตุ๊กตาน่ารถที่มีบุคลิกดี อ่อนโยน ขี้อ้อน เลือกจะส่องสว่างอีกด้านประกายเผยเฉพาะบุคคลที่ต้องการให้รับรู้

           

“ขอบคุณที่มารับนะฮะคุณยุนโฮ”

           

“ไม่เป็นไรครับผมสัญญากับคุณไว้ไม่ลืมแน่นอน!” ใบหน้าจริงจังยามประคับประคองพวงมาลัย ยามที่หันมายิ้มตอบโต้บทสนทนา ไม่ว่าจะอยู่ในอากัปกริยาใดชาย