Title: Abnocent ผู้ชายร้ายบริสุทธิ์
Pairing: Yunho&Jaejoong | Siwon&Heechul | Changmin&Jihye | Yuchun&Junsu
Genre: Romantic-Comedy
Rating: PG | NC
Author: IRain
 
 
 
 

ภารกิจที่ 1

ไม่เอ็กซ์หรือเซ็กส์เสื่อม

 

           

ใจกลางกรุงโซลอย่างอีแทวอนย่านกลางเมืองที่ไม่เคยหลับใหล แสงสียามค่ำคืนพากันส่องแสงระยิบระยับดึงดูดให้นักท่องราตรีออกมาเสาะหาประสบการณ์แปลกใหม่ให้ชีวิต บ้างก็มาเพื่อคลายเหงา เหตุผลไม่ต่างไปจากใครหลายคนที่เข้ามาใช้บริการไนท์คลับหรูที่เรียงรายตลอดสองฟากถนนให้เลือกนับไม่ถ้วน

 

คลับภายใต้การดูแลของโรงแรมระดับห้าดาวดูจะเป็นที่ดึงดูดความสนใจของเหล่าผีเสื้อราตรีในย่านนี้ได้ไม่น้อย รวมถึงร่างระหงราวกับอิสตรีที่เพิ่งเดินผ่านเข้ามาเรียกให้คนภายในคลับสนใจได้อย่างอัตโนมัติ

 

ทุกคนต่างมารอคนผู้นี้โดยเฉพาะ!

  

ใบหน้าสวยยิ้มทักทายใครอีกคนที่รออยู่ก่อนหน้า โซนระดับวีไอพีที่เป็นมุมอับจากสายตาผู้คนจึงเป็นตัวเลือกที่เหมาะสำหรับนักแสดงแถวหน้าของวงการบันเทิงเกาหลีอย่างเขา

             

“คุณมาช้านะครับคนสวย”

           

“ใครใช้ให้รอล่ะ!!” สีหน้าบึ้งตึงบ่งบอกอารมณ์ที่ติดจะไม่พอใจของร่างอรชรได้เป็นอย่างดี

            

“ยิ้มหน่อยสิครับคนดี” วงแขนแกร่งกระชากเอวบางนั่งชิดติดบนโซฟาตัวเดียวกันจนแทบไม่เหลือช่องว่างระหว่างทั้งคู่ มือหนาเริ่มลูบไล้ไปตามเอวคอดอย่างฉวยโอกาส

 

 

“ฉันไม่ชอบให้ใครมายุ่งแถวเอว ปล่อย! อ...อื้ออ!” คนตัวสูงกว่าไม่รอให้อีกฝ่ายพูดอะไรไปมากกว่านี้ ก่อนออกแรงผลักให้ร่างบางแนบชิดกับพนักพิงแล้วตามมาทาบทับด้วยการประกบจูบอย่างรุนแรง

 

 เสนอมาก็สนองกลับ!

  

แขนเรียวทั้งสองยกขึ้นมาโอบรอบคอแกร่งและไม่ลืมตอบจูบกลับอย่างผู้มากด้วยประสบการณ์ ทั้งสองต่างจูบแลกเรียวลิ้นกันอย่างเนิ่นนานและแนบแน่น

  

จนกระทั่ง!

 

“คิมแจจุงงง!!” เสียงแหลมเล็กคุ้นหูเรียกให้เจ้าของชื่อตั้งสติไหวตัวผลักชายหนุ่มที่คอยแต่เอาเปรียบกับร่างหอมหวานร่างนี้

  

“พี่จุนซู!!” แจจุงชักสีหน้าพร้อมกับหอบเพราะขาดอากาศหายใจมานาน ปั้นสีหน้านิ่ง ยกเรียวขาไขว่ห้างวางตัวเฉยราวกับไม่มีเรื่องราวใดๆ เกิดขึ้น

  

“มาทางไหนเชิญออกไปทางนั้น!” จุนซูส่งสายตาไม่ส่งพอใจไปให้กับคู่ควงข้ามคืนของคนไม่รู้ร้อนไม่รู้หนาว เสียงจิ๊ในลำคอท้วงติงเมื่อเหยื่อแห่งค่ำคืนนี้เดินจากลาลับ

  

 “ขัดจังหวะแจจุงอีกแล้วนะ!”

  

“ฉันหมดคำที่จะสรรหามาด่านายแล้ว! ไม่อายบ้างรึไง โดนตราหน้าบนหนังสือพิมพ์หน้าหนึ่งแทบทุกฉบับไม่เว้นแต่ละวัน” จุนซูทิ้งตัวลงบนโซฟาอย่างหมดแรงกับการตามไล่จับปีกพ่อผีเสื้อราตรีโผลบินโฉบเฉี่ยวทุกยามค่ำคืน ไม่มีวันไหนที่ต้องพักผ่อนเต็มอิ่มเสียที!

 

 “นี่! พี่เชื่อหนังสือพวกนั้นมากกว่าแจจุงเหรอ ห๊ะ! ถึงแจจุงจะทำตัวอย่างงี้ก็ไม่มีใครได้ทะลุทะลวงเข้ามาในตัวแจจุงหรอกอย่างมากก็แค่ดีฟคิส กระจ่างมั้ยท่านผู้จัดการ!”

 

ใบหน้าสวยยังคงทำหน้าทะเล้นไม่ได้สนใจคนตัวเล็กที่นั่งกุมขมับคิดไม่ตกกับข่าวฉาวของนักแสดงในความรับผิดชอบ ร่วมสองปีที่ใช้ชีวิตร่วมกันราวกับพี่น้องเวลายาวนานพวกนั้นไม่สามารถเปลี่ยนนิสัยของพ่อดาราดาวรุ่งได้เลย

  

“พี่เชื่อในตัวแจจุงนะแต่ตอนนี้แจจุงต้องเชื่อพี่บ้าง! พรุ่งนี้มีถ่ายนิตยสาร งั้นเรากลับไปพักผ่อนเตรียมตัวเตรียมกันดีกว่า ป่ะ!”

 

จุนซูกัดฟันกรอดระงับความเดือดอยากจับผีเสื้อก็ต้องใช้ความพยายาม ยิ่งวิ่งไล่คว้ายิ่งบินโฉบหนีไป หว่านล้อมด้วยเหตุผลหวังให้ดาราช่างเอาแต่ใจเชื่อฟัง ทุกสิ่งก็เพื่อประโยชน์เพื่อหน้าที่การงานของคนในการดูแลทั้งนั้น

  

“ไม่! แจจุงอยากเที่ยว แจจุงไม่อยากถ่ายนิตยสารบ้าบออะไรนั่นแล้ว!”

 

 “นายบ้าไปแล้วเหรอคิมแจจุง! นายรู้จักมั้ยนิตยสารแอลน่ะแอล! นิตยสารอันดับหนึ่งของประเทศ! อีกอย่างแฟนๆ เขาโหวตให้นายขึ้นปกเชียวนะ คิดซะบ้าง!” ในเมื่อเหตุผลก็แล้วหวังดีด้วยก็แล้ว ไม่ยอมอ่อนข้อให้ก็ต้องใช้ไม้แข็ง

 

 

“เอาล่ะ! ถ้าพรุ่งนี้แจจุงไปถ่ายปกนะพี่จะปล่อยให้แจจุงเที่ยวไม่ตามรังควานเลยดีมั้ย หืม!” เหมือนเจ้าผีเสื้อหวาดกลัวพยายามบินหนีจึงต้องหยุดนิ่งเฉย ลดเสียงตะล่อมให้เหยื่อตายใจหน้าบึ้งฉีกรอยยิ้มกล่อม เปลี่ยนซีนอารมณ์ทุกสามนาทีต่อวัน จุนซูคงเป็นโรคประสาทสักวัน!

 

 

 “ได้ก็ได้! แจจุงจะไม่ทำให้แฟนคลับผิดหวัง!”

 

♥♥♥

 

เสียงรัวชัตเตอร์ยังคงดังถี่ๆ ขึ้นเป็นจังหวะสลับกับเสียงสั่งงานของช่างภาพและผู้เกี่ยวข้อง บรรยากาศการทำงานในสตูดิโอขนาดใหญ่ของนิตยสารอันดับหนึ่งของประเทศอย่าง ‘Elle’ ที่ดูเหมือนจะเต็มไปด้วยความวุ่นวาย

  

“แจจุงเหนื่อยขอพักก่อน!” นักแสดงชื่อดังบอกกับทีมงานด้วยสีหน้าเบื่อหน่ายกับการนั่งเป็นแบบนิ่งนานนับกว่าชั่วโมง แจจุงขี้เบื่อ ไม่ชอบทำอะไรซ้ำไปมา เอาแต่ใจไม่ฟังเหตุผล นั้นแหละสิ่งที่ทุกคนขยาด หากชื่อเสียงไม่ดังคับฟ้าคงไม่มีใครจะภิรมย์ร่วมงานด้วย

 

 “คุณแจจุงครับ! รูปเซ็ทเมื่อสักครู่ทางทีมงานจะเอาไปลงในส่วนสัมภาษณ์ คราวนี้เราจะเปลี่ยนช่างภาพถ่ายลงส่วนปกแล้วนะครับ สไตลิส! ช่างแต่งหน้ามาดูแลคุณแจจุงด้วย!” ผู้ควบคุมงานเดินเข้ามาชี้แจงรายละเอียดคร่าวๆ ก่อนจะหันกลับไปตะโกนออกคำสั่งกับทางทีมงาน

 

 

หลังจากสไตลิสจับแจจุงเปลี่ยนชุดใหม่เสร็จสรรพก็ถูกพามานั่งแต่งหน้าทำผมใหม่อีกครั้งของวัน ราวกับเป็นตุ๊กตาให้ช่างสาวประเภทสองแต่งเล่นสนุกมือ ผมสลวยสีน้ำตาลอ่อนถูกดัดให้พอเป็นลอนขลับให้ดูสวยหวานยิ่งขึ้น แก้มขาวถูกปัดด้วยบลัดออนสีชมพูระเรื่ออย่างเป็นธรรมชาติ

 

 

“หือ! ตัวจริงดูดีกว่าในทีวีอีกนะคะคุณแจจุง ออร่าจับสมกับเป็นดาราแถวหน้าของวงการเลยนะคะ!”

 

 

“ของมันแน่อยู่แล้ว! เสร็จรึยังแจจุงรำคาญ!” ใบหน้าสวยยังคงเอียงหมุนซ้ายขวาหามุมดูดีกดรัวถ่ายเซลแคม ไม่ได้สนใจสีหน้าหมั่นไส้ของช่างสาวประเภทสองที่สะท้อนผ่านกระจก นิ้วเรียวเกลี่ยจัดแต่งทรงผมผ่านจอไอโฟน เงยสีหน้าเซ็งๆ สบกับร่างที่เคลื่อนไหวผ่านการตรวจจับของกล้องหน้า

 

 

“พี่จุนซู!! หายไปไหนตั้งนาน ทำไมถึงทิ้งแจจุงให้อยู่คนเดียว แจจุงเบื่อ! แจจุงอยากกลับคอนโดแล้ว!”

แจจุงยืนเต็มความสูง กอดอกมองหน้าผู้จัดการตัวเล็กตามนิสัยเอาแต่ใจที่เจ้าตัวชอบทำ ทว่าจุนซูกลับเบิกตากว้างก่อนจะจับร่างบางหมุนไปมา

 

 

“ชุดสั้นเสมอหูไปรึเปล่าแจจุง!”

 

 

“พี่จุนซูเองไม่ใช่เหรอที่ให้แจจุงมาถ่ายนิตยสารบ้านี่!” มือเล็กของผู้จัดการส่วนตัวดาราดังจับไปตามเสื้อเชิ้ตสีขาวบางตาที่ถูกปลดกระดุมสองเม็ดบน รวมกับความยาวของชุดเพียงแค่ครึ่งต้นขาเผยให้เห็นผิวขาวเนียนบริเวณต้นขาเนียนขาว

 

 

“ปากแบบนี้เดี๋ยวก็ได้ตกงานหรอก!”

จุนซูมองไปรอบบริเวณก่อนจะถอนหายใจอย่างโล่งอก ยังดีที่อยู่กันแค่สองคน! ได้แต่เหนื่อยหน่ายพฤติกรรมยากต่อการแก้ไข คนอะไรมีดีแต่หน้าตา สุภาษิตที่ว่า ‘สวยแต่รูปจูบไม่หอม’ นี่ยกให้คิมแจจุงเขาเลย!

 

 

“แจจุงเป็นถึงท๊อปสตาร์ระดับเอเชีย ไม่ตกงานง่ายๆ หรอก!” คนมั่นใจไม่สนโลกทิ้งตัวลงโซฟาภายในห้องแต่งตัวอย่างแรง ไม่ลืมกดตอบเมนชั่นในทวิตเตอร์ที่แฟนๆ กระหน่ำส่งจนเต็มเมนชั่น

 

 

“จ้าพ่อซุปตาร์!!”

 

ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!

“คุณแจจุงครับได้เวลาถ่ายปกแล้วครับ” เสียงหนึ่งตะโกนลอดผ่านมายังประตูห้องแต่งตัวที่ยังคงปิดสนิท จุนซูถอนหายใจขึ้นอีกครั้งก่อนจะกระชากสมาร์ทโฟน แจจุงยังคงนั่งจุมปุกไม่สนใจเสียงเรียกของทีมงานนั่น

 

 

“พี่จุนซูมีสิทธิ์อะไรมากระชากมือถือของแจจุง!”

 

 

“แยกเวลาเล่นเวลาทำงานให้ออกหน่อยสิคิมแจจุง...ไปทำงานเดี๋ยวนี้!!”

 

 

“จิ๊! ไอ้ผู้จัดการบ้าอำนาจ! แจจุงจะฟ้องพี่ยูชอน...คอยดู!” แจจุงย่นจมูกหน้ามุ่ยใส่จุนซู กระแทกเท้าเดินไม่พอใจเต็มแรง นิสัยเด็กไม่ยอมโตนั่นจุนซูมองว่ามันน่าเอ็นดูเสียมากกว่า

 

 

แจจุงเลือกที่แสดงด้านหยาบกระด้างในโลกมายาเพื่อปกป้องตนเองพยายามหลบซ่อนด้านอ่อนไหว หากเผยด้านนั้นออกมาย่อมไม่ใช่สิ่งที่ควรในวงการนี้

 

 

ทุกคนต่างมีสองด้านขึ้นอยู่ว่าจะเลือกแสดงด้านใดออกมา

คิมแจจุงก็เช่นกัน!

 

♥♥♥

 

 

ใบหน้าสวยยิ่งบึ้งตึงหนักกว่าเดิมเมื่อต้องมานั่งรอช่างภาพคนใหม่ที่รับผิดชอบส่วนหน้าปกของนิตยสาร ทีมงานต่างพากันประคบประหงมช่วยกันเอาใจพ่อดาราดังไม่ให้อารมณ์เสียไปมากกว่าที่เป็นอยู่

 

 

“คอยดูนะแจจุงจะบ่นให้หูฉีกไปเลย!” ทุบโต๊ะประท้วง รำคาญการรอคอยทั้งที่มันไม่กี่ช่วงนาทีแต่สำหรับแจจุงมันไม่ใช่เรื่องและมันยาวนานสำหรับคนใจร้อนไม่เคยเรียนรู้คำว่า ‘รอ’

 

 

“ขอโทษนะครับพอดีว่าพี่ไบรอันติดธุระผมเลยมาแทน!”

 

 

“เหอะ! ข้ออ้างฟังไม่เห็นขึ้น!” เบ้ปากให้ประโยคแก้ตัวทวีความงุดหงิดขึ้นอีกเท่าตัว ประท้วงกลับด้วยกานแนบใบหน้านอนลงแขนสั่งสอนตากล้องไร้ความรับผิดชอบ

 


ฝ่ายทีมงานเห็นว่าช่างภาพมาแล้วจึงรีบเดินตรงไปยังดาราหน้าหวาน ด้วยความเกรงใจในตัวนักแสดงระดับแถวหน้าของประเทศจึงได้แต่จ้องมองร่างที่ก้มหน้าลงกับแขนนิ่ง แจจุงยังคงฟุบลงกับโต๊ะเนื้อไม้ไม่ได้สนใจความเคลื่อนไหวสิ่งใดๆ รอบกาย

 

 

เมื่อเห็นท่าทีดังนั้นช่างภาพมือดีจึงตัดสินใจโบกมือให้เหล่าทีมงานเขยิบออกห่างจากนักแสดงพร้อมจัดการสะกิดแขนขาวๆ นั่นเสียเอง

 

 

“คุณ! คุณครับ!”

 

 

“อะไร! อ...อะไรเหรอฮะ” น้ำเสียงห้วนๆ แปรเปลี่ยนให้หวานฉ่ำรวมทั้งคำบ่นที่เตรียมไว้มากมายต่างหายไปในพริบตาเมื่อดาราจอมหยิ่งเงยขึ้นพบกับดวงหน้าหล่อเหลาระยะประชิด

 

 

นี่มัน...