Two Hearts ♥ ผู้ชายหลายใจ [2]

posted on 05 Dec 2011 03:18 by i-rain in Two-Hearts

Title: Two Hearts ♥ ผู้ชาย..หลายใจ

Pairing: Yunho&Jaejoong | Yuchun&Junsu

Genre: Mpreg | Romantic-Drama

Rating: PG | NC

Author: IRain

  

 

หัวใจดวงที่ 2 

 

ปากกาแบรนด์ดังระยิบแพรวพราวประดับด้วยเพชรน้ำงามที่มีมูลค่ากว่าสิบล้านและมีเพียงไม่กี่ด้ามภายในประเทศอยู่ภายใต้การบังคับทิศทางขีดเขียนของผู้มากไปด้วยฐานะการเงิน มือเรียวชะงักนิ่งเมื่อเสียงโฟนอินภายในห้องบริหารงานดังขึ้น ตวัดหางตาที่ถูกกรีดทับด้วยอายไลเนอร์ลอบมองอย่างชั่งใจ

               

“ท่านประธาน คุณหนูมาขอพบครับ” ทันทีที่ปลายเรียวเล็บสวยกดตอบรับโฟนอิน เลขาหน้าห้องผู้บริหารชั้นสูงก็รีบเอ่ยรายงานให้ทันท่วงที นั่นเพราะต่างรู้ดีว่าท่านประธานไม่ชอบการรอคอยเสียเท่าไหร่

               

“ให้เข้ามาได้!”

               

“ครับ”

               

“ขอบใจมากเลขาลี” ริมฝีปากได้รูปเคลือบทับด้วยลิปสติกสีแดงสดกล่าวอย่างเป็นมารยาท

              

“เรื่องเจ้าน้องชายนั่น...” เสียงคุ้นโสตประสาทเรียกคิ้วเรียวสวยเลิ่กขึ้น ยุนฮีละความสนใจจากเอกสารเงยหน้าขึ้นต้อนรับผู้มาเยือน

               

“ถ้าไม่ใช่เรื่องงานล่ะก็..กลับไปซะ!” ยังไม่ทันที่อีกฝ่ายทรุดกายลงนั่ง เสียงหวานสรุอำนาจก็เอ่ยเชิงออกคำสั่งเสียงเรียบ

               

“คุณแม่!” เสียงแหลมแว๊ดขึ้นออกจะไม่พอใจในการกระทำของมารดาเล็กน้อย

               

“ก็ว่ามาสิ ฉันมีเวลาไม่มากนักหรอกนะฮีชอล”

               

“คุณแม่คิดอะไรอยู่กันแน่ฮะ!”

เรียวปากทาบทับด้วยสีแดงแสยะยิ้ม จนฮีชอลนึกหวาดกลัวรอยยิ้มเคลือบยาพิษนั่น

               

หากฮีชอลไม่ก้าวย่างเข้ามาพร้อมกับคำถามชวนสงสัย เขาคงได้ละลืมทำสิ่งที่ควรทำ เร็วเท่าความคิดปลายเรียวเล็บยาวจิกต่อโฟนอินไปยังเป้าหมาย

               

“เลขาชิม...ยุนโฮเข้ามาทำงานรึยัง...ก็ดี...อีกห้านาทีเข้ามาพบฉันด้วย” ฮีชอลย่นคิ้วงุนงงกับการกระทำของมารดาราวกับเป็นความลับหรือแผนชั่วร้ายอะไรอย่างนั้น

               

ยากที่จะคาดเดา

               

“แม่ก็แค่เห็นอะไรดีๆ มาก็เท่านั้นน่ะ หึ!”

สายตาแพรวพราวตวัดไปยังหนังสือพิมพ์ข่าวเช้าทั่วไป ทว่าฮีชอลไม่ลังเลใจที่จะหยิบมาอ่าน

               

“ตระกูลปาร์คมีเฮเตรียมหมั้นขยายธุรกิจใหญ่แซงชาอองกรุ๊ป หลังจากที่ยูชอนเจ้าชายคาสโนว่าลูกชายสุดหวงของตระกูลกำลังคบหากับฝั่งของตระกูลผลิตเพชรสุดไฮโซคิมแจจุง เผยหากฝั่งตระกูลคิมรับหมั้นชาอองกรุ๊ปมีอันตกอันดับ”

               

“คุณแม่คงจะไม่คิดจะแยกคนรักออกจากกัน...ใช่มั้ยฮะ”

ฮีชอลอ่านพาดหัวข่าวหน้าหนึ่งก่อนจะสบสายตานิ่งงันพร้อมเอ่ยถามอย่างรู้ทันคนเป็นแม่ เพราะไม่มีทางที่มารดาของตนจะยอมให้บริษัทคู่แข่งขึ้นครองตำแหน่งแทนชาอองอย่างแน่นอน

               

รียนรู้วิถีการเอาชนะมาตลอด...

               

“นั่นมันก็เป็นความคิดที่ดีนิฮีชอล”

               

“ขอประทานโทษครับท่านประธาน” เสียงแทรกขึ้นพร้อมกับการปรากฏร่างของเลขาหนุ่ม ชางมินโน้มศีรษะเป็นมารยาทอย่างเคยปฏิบัติ

             

“ฉันอยากได้เอกสารเกี่ยวกับเด็กที่ชื่อคิมแจจุง”

ฮีชอลเบิกตากว้างตกใจ เขาเพียงแค่คิดทว่าแม่กลับตัดสินใจลงมือมันทำไปเสียแล้ว! ไม่สิ! นั่นผ่านกระบวนการการคิดอย่างรอบคอบของผู้เป็นแม่มาแล้วต่างหาก!

               

แม่ยอมใครไม่เป็น...ข้อดีเขารับรู้เป็นอย่างดี     

               

“ได้ครับท่าน ภายในพรุ่งนี้ผมจะฝากไว้ที่เลขาหน้าห้องท่านประธานนะครับ”

 

ชางมินคือเลขาที่ผ่านการคัดเลือกด้วยฝีมือของยุนฮี ด้วยความฉลาดหลักแหลมที่มีมากในตัวเลขาของลูกชายนั่นเป็นตัวเลือกที่ดีและน่าไว้วางใจมากที่สุดในการทำงานที่มีความผิดพลาดสูง เขาไม่ลังเลใจสักนิดที่คิดจะวานคนๆ  นี้

♥♥♥


“อย่านะ! อย่าไปจากฉัน!”

มือเล็กทั้งสองยกขึ้นโอบรอบเอวหนาไว้แน่น น้ำตาที่กลั้นเอาไว้ไหลรินเปรอะเปื้อนแก้มใส ทั้งๆ ที่พยายามสะกดกลั้นเสียงสะอื้นแต่หยาดน้ำตากลับพรั่งพรูออกมา

               

ภาพเบื้องหน้าปรากฏผ่านจอมอนิเตอร์ขนาดเล็กของผู้กำกับ การแสดงสมบทบาทถูกถ่ายทอดออกมาจากสีหน้าและท่าทางของนักแสดงได้เป็นอย่างดี

               

“คัท! วันนี้เลิกกองได้!” ราวกับเสียงประกาศิต ใบหน้าเล็กแสยะยิ้มก่อนจะปาดน้ำตาออกลวกๆ อย่างไม่ใส่ใจ ศีรษะกลมโน้มลงนึกขอบคุณที่ละครฉากนี้ผ่านไปด้วยดี

               

“ทำได้ดีมากๆ เลยจุนซู!”

               

“ขอบคุณฮะ!” จุนซูเอ่ยพูดรอยยิ้มร่าเริงให้กับคำชมของเหล่าทีมงาน บุคลิกน่ารักสดใสและเป็นกันเองทำให้เขาตกเป็นที่รักของทุกคนไม่ยาก และนั่นก็เป็นปัจจัยที่ทำให้ ‘คิม จุนซู’ ก้าวขั้นขึ้นแท่นนักแสดงแถวหน้าของวงการบันเทิงเกาหลีได้อย่างงดงาม

               

“ฉันเปิดห้องของโรงแรมไว้กลัวว่าจะถึงโซลดึก..เดี๋ยวนายไม่มีเวลาพักผ่อนน่ะ”

               

“ขอบใจมากนะฮยอกแจ”

จุนซูตอบรับด้วยการยิ้มในเรื่องรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ที่ ‘ลี ฮยอกแจ’ ผู้จัดการส่วนตัวของเขาดูแลเอาใจใส่อย่างไม่ขาดตกบกพร่องแม้แต่น้อย

               

“นี่กุญแจ!”

ทันทีที่มือเล็กคว้ากุญแจก็ตรงไปยังห้องพักเพื่อชำระร่างกายหลังจากที่เขาถ่ายละครตั้งแต่เช้ามืดจรดค่ำ

 

♥♥♥       

 

“มีคนฝากมาให้น่ะ! ฉันวางไว้บนเตียงนะ” ฮยอกแจอมยิ้มวางดอกกุหลาบช่อสวยลงบนพื้นเตียงนุ่มพลางกล่าวกับคนที่ยืนรับลมอยู่หน้าระเบียงก่อนจะกลับไปห้องพักของตน

               

“เอ๋? ใครกัน...” มือเล็กคว้าช่อกุหลาบขึ้นมาพิจารณาหมุนซ้ายขวา ก่อนชะงักเมื่อการ์ดใบเล็กๆ ที่แนบมาเรียกความสนใจมากกว่าความสวยงามที่อยู่ตรงหน้า

 

‘ To…You

                                นายยังชอบมันอยู่ใช่รึเปล่า...ฉันหมายถึงต้นมะพร้าวน่ะ

                                ชายหาดนี่ดูสวยขึ้นเยอะเพราะมันมีนายอยู่ไง...รอนะ

                                                                                                              From Yu…’

                

คิ้วเรียวได้รูปขมวดเข้าหากันจนเกือบชิดติด ลายมือไม่คุ้นตาถูกถ่ายทอดผ่านสายตา ข้อความที่สื่อราวกับว่าอีกฝ่ายอยู่ในสถานที่เดียวกันกับเขา อีกทั้งตัวหนังสือปริศนานั้นเรียกให้เรียวเท้าเล็กวิ่งออกมาตามหาเจ้าของดอกไม้ช่อสวยด้วยความร้อนใจ

               

หวังว่าจะเป็นใครคนนั้น... 

               

“แล้วจะรู้ไหมเนี่ยว่าต้นไหน...”

จุนซูกระตุกยิ้มพลางส่ายหัวหน่ายๆ กับข้อความที่ไม่ระบุชัดเจน อยากจะเล่นซ่อนหากับเขารึยังไงกัน

               

ตาเล็กเบิกตาโตขึ้นเมื่อเห็นแผ่นหลังของใครคนนั้น...ใครที่รออยู่ก่อนหน้า ทว่าเพียงเสี้ยวใบหน้าคมเอี้ยวตัวส่งรอยยิ้มบางๆ รอยยิ้มที่ใครเห็นเป็นต้องถูกสะกดไว้ ทว่านั่นกลับสร้างความผิดหวังได้ไม่น้อยให้กับเขาไม่น้อย เรียวปากเล็กได้แต่ยิ้มตอบผิดกับนัยน์ตาเศร้าที่แสดงออกอย่างเห็นได้ชัด

               

คาดหวังอะไรไว้สูง...เวลาตกลงมามันจุกจนหายใจแทบไม่ออก 

               

“ผิดหวังมากรึไง ที่เป็นฉันน่ะ” เสียงทุ้มเอ่ยเรียบ ร่างสูงชุดสูทสูงสง่ายังคงไว้ซึ่งใบหน้าเรียบเฉยผิดกับแรงบีบรัดที่มันเจ็บปวดเจียนตายภายในอกด้ายซ้าย

               

เจ็บเสียจนชินชา   

               

“ใส่สูทมาเที่ยวทะเล...แฟชั่นใหม่รึไง”      

จุนซูลอบมองใบหน้าของเพื่อนคนสนิทพลางเปลี่ยนหัวข้อการสนทนาที่ออกจะตึงเครียด 

               

“บังเอิญ/บังเอิญ” เสียงเล็กพูดล้อเลียนก่อนทั้งคู่จะหัวเราะออกมาพร้อมกัน นั่นเป็นคำพูดที่ยุนโฮยกหยิบมาใช้ทุกครั้งที่มาหาเขา

               

“พักนี้ฉันไม่ค่อยเห็นน่ะ เขาสบายดีใช่ไหม” เรียวปากเล็กเม้มเป็นเส้นตรงพูดออกจนได้ ทั้งๆ ที่รู้แก่ใจแล้วแท้ๆ ว่าคนตรงหน้าคิดอย่างไรกับตน ทว่าก็อดจะเอ่ยถามหาใครอีกคนที่ไม่ได้เจอกันนานนับเดือนไม่ได้อยู่ดี

 

เสียงของหัวใจมักเรียกร้องหาในสิ่งที่ปรารถนา

               

“คงงั้น ฉันเองก็ไม่เจอยูชอนมาเกือบเดือนได้แล้ว...”

               

“ท่าทางคงยุ่งอยู่กับบริษัทสินะ” สรรหาคำตอบขึ้นมากลบเกลื่อนความวูบไหวทั้งที่อยากจะรู้ความเป็นไปของใครอีกคนใจจะขาด เรียวเท้าเล็กเกลี่ยพื้นดินทรายราวกับจะช่วยบรรเทาความคิดถึง

               

“เป็นฉันไม่ได้รึไง...”

ความรู้สึกของคนที่เฝ้ารอมันทรมานเจ็บปวดกว่าที่คาดคิด ไม่อยากจะเป็นเพียงคนที่ยืนเฝ้ามองอีกต่อไป

               

รับรู้ซะทีความรู้สึกของฉัน... 

               

มือหนาสัมผัสคางเล็กแผ่วเบา ส่งนิ้วเรียววาดเกลี่ยหยาดน้ำตาให้พ้นจากใบหน้าน่ารัก ก่อนโน้มใบหน้าบรรจงแตะกลีบปากหยักลงบนกลีบปากอิ่มอย่างแผ่วเบา

               

ทว่า...

               

แสงแฟลชวูบวาบพร้อมกับเสียงรัวชัตเตอร์ของเหล่านักข่าวข่าวกระทบเข้ากับใบหน้าของทั้งคู่ แสงแฟลชจากรอบทิศทำให้ยุนโฮแสบตาไปหมด มือหนายกขึ้นป้องบดบังจุนซูอย่างสุดความสามรถ หากแต่เหล่าบอดี้การ์ดที่แอบตามร่างสูงมาไม่ห่างรีบกรูเข้าหาร่างของเจ้านาย ก่อนจะล็อคตัวคุณชายทายาทอันดับหนึ่งของชาอองขึ้นรถอย่างรวดเร็ว

               

“ปล่อย! บอกให้ปล่อยไง!” ยุนโฮพยายามขืนตัวเพื่อกลับไปช่วยจุนซู ร่างคุ้นตาของเลขาประจำตัวทำให้ยุนโฮพอสงบลงได้บ้าง

               

“ขอโทษด้วยครับคุณชาย มันเป็นคำสั่งของท่านประธาน”

ชางมินเอ่ยเสียงเรียบ ยุนโฮกำหมัดแน่นจิกเกร็งราวกับตะปูนับพันเล่มตรึงทั้งร่างจนขยับกายไม่ได้

               

“เลิกกับพ่อดาราเต้นกินรำกินนั่นซะ! เธอน่ะยังมีอนาคตอีกไกล ไหนจะตำแหน่งทายาทของตระกูลอีก! ฉันเตือนแล้วและมันจะไม่มีครั้งที่สองเข้าใจไหม...ชองยุนโฮ!”  

               

คำพูดประกาศิตของแม่ยังคงทำงานในสมองของเขาได้ดีและนั่นทำให้ยุนโฮเลือกทรุดกายลงเบาะหนาได้อย่างไม่ต้องคิดให้มากความ

               

เมอร์เซเดสสีขาวมุกคันหรูประจำตำแหน่งของทายาทอันดับหนึ่งของตระกูลชองเคลื่อนตัวมุ่งหน้าสู่สถานที่ปลายทาง ใบหน้าหล่อเหลาลอบมองออกไปนอกกระจกอย่างเลื่อนลอย สมาร์ทโฟนถูกหยิบขึ้นใช้โดยไม่ต้องชั่งคิด

               

“ฮยอกแจ จุนซูอยู่แถวริมชายหาดช่วยไปรับเขาด้วย...ขอบใจ” ยุนโฮกดตัดสายทิ้งอย่างหัวเสีย แค่เหตุการณ์เพียงเล็กน้อยเขายังสามารถปกป้องคนที่เขารักไว้ไม่ได้