Two Hearts ♥ ผู้ชายหลายใจ [1]

posted on 05 Dec 2011 03:05 by i-rain in Two-Hearts

Title: Two Hearts ♥ ผู้ชาย..หลายใจ

Pairing: Yunho&Jaejoong | Yuchun&Junsu

Genre: Mpreg | Romantic-Drama

Rating: PG | NC

Author: IRain

 
 
 

หัวใจดวงที่ 1

 


    กรอบเส้นของชีวิตถูกวาดล้อมทุกทิศทาง

 

      จองจำชีวิตผมให้ตายทั้งเป็น... 

 

     ไม่มีใครเลือกได้และผมก็เป็นหนึ่งในนั้น...

 

 

ท่ามกลางกรุงโซลมหานครศูนย์กลางของประเทศเกาหลีใต้ที่แสนวุ่นวาย พลุกพล่านไปด้วยผู้คน ขวักไขว่รีบเร่งภายใต้ภาวะความกดดันภายในจิตใจ ตึกสูงระฟ้าเรียงรายเบียดเสียดกันอยู่ทั่วสมกับเป็นมหานครที่ดูแล้วงามตาทันสมัยในสายตาของคนทั่วๆ ไป


 

ทว่ายังมีตึกสูงเฉียดฟ้าสง่างามเด่นตระการตาที่เรียกให้เหล่ามนุษย์เงินเดือนเบิกตาลุกวาว ด้วยความที่ตึกถูกประกอบด้วยตัวอาคารที่ทำด้วยกระจกสะท้อนสีหยาดน้ำทะเลวาววับประกอบเป็นรูปลูกเต๋าวางสลับกันจนมีความสูงถึง เจ็ดสิบห้าชั้น ความโดดเด่นที่แตกต่างอย่างลงตัว ‘Chaong Group’ กลุ่มบริษัทหลักทรัพย์ชาออง  ไม่ว่าจะเป็นตลาดหลักทรัพย์หรือธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ เช่น ห้างสรรพสินค้า โรงแรมและโรงเรียน ต่างก็ถูกชาอองกอบกุมอำนาจเป็นผู้ยึดครองได้อย่างง่ายดาย


 

ป้ายเนื้อไม้สะท้อนแสงระยิบราวกับมีราศีสง่าจับถูกจัดวางบนโต๊ะกระจกอย่างเรียบหรู ความเงียบสงบก่อตัวรอบบริเวณชั้นสูงสุดของตึก ราวกับตึกร้างทั้งๆ ที่เต็มไปด้วยเหล่าพนักงานในชุดยูนิฟอร์มชุดสง่า


 

นั่นเพราะทุกคนรู้ดีว่าควรปฏิบัติตัวอย่างไรต่อเหล่าผู้บริหารชั้นสูง


ไม่มีแม้แต่เสียงการเคลื่อนไหวใดๆ มีเพียงเสียงลอบถอนหายใจเข้าออกแผ่วเบา นัยน์ตาสวยทอดมองผ่านกระจกสีน้ำทะเลใสนั่นไม่ได้ทำให้อารมณ์เดือดพล่านภายในจิตใจสงบลงไปได้แม้แต่น้อย ใบหน้าวัยอ่อนเยาว์กว่าวัยที่ควรจะเป็นหันกลับสนใจสิ่งที่วางทิ้งอยู่บนโต๊ะทำงาน ปลายส้นเข็มรองเท้าราคาแพงย้ำพื้นพรมผ่อนแรงหนักเบา ก่อนทิ้งกายลงเก้าอี้ประจำตำแหน่ง


 

ตำแหน่งที่ใครๆ ต่างเกรงขามและให้ความเคารพนับถือสูงสุด ‘ชอง ยุนฮี’ หญิงสาววัยกลางคนที่เพียบพร้อมไปด้วยหน้าที่การงานอีกทั้งยังพ่วงตำแหน่งนายหญิงแห่งตระกูลชอง


 

สายตาเฉียบแหลมที่กรีดทับด้วยอายไลเนอร์ตวัดมองหัวข้อข่าวหน้าหนึ่งยามเช้าและนั่นคือปลายเหตุที่ทำให้นิ้วเรียวกดโฟนอินเรียกเลขาคนสนิทของเจ้าลูกชายให้เข้ามาภายในห้อง


 

ไม่นานเกินอึดใจก็ปรากฏร่างสูงสง่าในชุดยูนิฟอร์มแสนคุ้นตา มือบางฉีกกระชากให้เยื่อกระดาษขาดออกจากกันอย่างไม่ใยดี กำบีบแน่นจนเศษกระดาษขึ้นรูปเป็นก้อนกลมขว้างทิ้งระบายความรุ่มร้อนภายในใจ


 

“ท่านประธาน!” เสียงสั่นเครือ ใบหน้าคมก้มชิดติดอกอย่างสำนึกผิด ไม่กล้าแม้แต่ลอบมองเสี้ยวหน้า


 

“ไม่ต้องรู้สึกผิดขนาดนั้นเลขาชิม! แค่ดูแลคนในปกครองของนายให้ดีก็พอ ถ้าไม่อยากตกงานน่ะนะ...”


เผยอรอยยิ้มที่ดูอย่างไรก็ไม่น่าพิสมัยเอาเสียเลย

 

 

♥♥♥

 

 

แสงสว่างประกายสีทองขลับให้คฤหาสน์ทรงยุโรปเปล่งประกายความงามเพิ่มขึ้นเท่าตัว หมู่บ้านจัดสรรที่คละไปด้วยผู้คนหลากเชื้อชาติที่มีทรัพย์สมบัติมหาศาลมากพอที่จะจับจองที่ดินราคาสูงในย่านคังนัมและนั่นก็นับตระกูลชองเข้าไปเป็นหนึ่งในบรรดาคฤหาสน์เรือนงาม


 

อาหารเช้าที่ผ่านกระบวนการปรุงแต่งจากฝีมือเชฟชั้นเลิศถูกจัดเตรียมเฉกเช่นทุกวันในคาบอาหารมื้อแรกบนโต๊ะอาหารประจำตระกูลนักลงทุนรายใหญ่ของเกาหลี


 

“อรุณสวัสดิ์ฮะคุณแม่” ร่างเพรียวลมของผู้เป็นลูกชายคนโตของตระกูลชำเลืองมองสีหน้าเคร่งขรึมของคนที่จับจองเก้าอี้หัวโต๊ะไว้ก่อนหน้า กายบางพยักศีรษะเชิงเอ่ยขอร่วมโต๊ะรับประทานอาหารด้วยมารยาทที่ถูกพร่ำสอนมาจากต้นตระกูลเป็นอย่างดี


 

“น้องล่ะฮีชอล” ยุนฮีเลิ่กคิ้วสวยขึ้นมองหน้าทวงคำตอบจากลูกชายคนโต


 

“เมื่อคืนน้องกลับดึก สงสัยยังไม่ตื่นหรอกฮะ” ลอบตอบแผ่วเบาพลางมองสีหน้าผู้เป็นแม่ที่ตกอยู่ในห้วงแห่งอารมณ์ที่ยากจะคาดเดา


 

“ยืนทำอะไรกันอยู่! ไปตามคุณชายมา เดี๋ยวนี้!” ยุนฮีขึ้นเสียงตะโกนออกคำสั่งกับบรรดาสาวใช้ที่ยืนเรียงรายล้อมโต๊ะอาหาร มือบางตบโต๊ะเนื้อไม้ชั้นดีดังลั่นเมื่ออะไรก็ขัดหูขัดตาไปเสียหมด


 

ไม่ทันที่เหล่าสาวใช้จะกระดิกตัวก็ปรากฏร่างสูงสง่าของใครบางคนที่คุณนายชองใคร่พบ ใบหน้าหล่อเหลาลอบมองผู้เป็นแม่และพี่ชายอย่างนึกโทษที่ทำให้คนบนโต๊ะอาหารรอนาน โน้มศีรษะเล็กน้อยตามมารยาทที่พึงปฏิบัติ


 

ปึกกก!

ทันทีที่ทิ้งกายลงเก้าอี้หลุยส์บุนวมชั้นดี หนังสือพิมพ์ฉบับหนาก็ถูกกระทบเข้ากับเสี้ยวด้านข้างใบหน้าคมอย่างจัง ยุนฮีกระตุกยิ้มมุมปากพอใจกับฝีมือแม่นยำของตน


 

“เลิกกับพ่อดาราเต้นกินรำกินนั่นซะ! เธอน่ะยังมีอนาคตอีกไกล ไหนจะตำแหน่งทายาทของตระกูลอีก! ฉันเตือนแล้วและมันจะไม่มีครั้งที่สองเข้าใจไหม...ชองยุนโฮ!” คุณนายชองทิ้งไว้เพียงประโยคย้ำเตือนลูกชายคนเล็กก่อนจะลุกขึ้นพรวดเดินออกจากโต๊ะอาหารพร้อมเหล่าบอดี้การ์ด


 

“คุณแม่นะคุณแม่!” ฮีชอลลอบถอนหายใจอย่างเหนื่อยหน่ายกับเหตุการณ์เช่นนี้ที่ไม่ต่างไปจากทุกเช้าของวัน ร่างเพรียวบางลุกขึ้นอ้อมมายังยุนโฮได้แต่ส่งไออุ่นจากมือเรียวผ่านไหล่กว้างช่วยปลอบประโลมจิตใจของน้องชาย


 

“ผมไม่ใช่เด็กๆ แล้วนะพี่ฮีชอล” ยุนโฮทาบทับกุมมือเรียวไว้หลวมๆ พร้อมเงยหน้าส่งรอยยิ้มบางๆ ไม่อยากให้ฮีชอลคิดมาก


 

“ขอโทษที่พี่ดูแลนายไม่ได้ดีอย่างที่คนเป็นพี่ควรทำ แต่นายคงรู้นะว่าคุณแม่ยอมใครไม่เป็น”

นึกโทษตนเองที่ทิ้งให้น้องชายอยู่กับความกดดันและเส้นทางที่ผู้เป็นแม่ขีดเขียนไว้ตั้งแต่เล็กจนโต ทั้งๆ ที่เขาเองต่างหากที่ควรเป็นฝ่ายรับภาระนั้น แต่ทว่าในระยะใกล้เคียงกันบริษัทหลักทรัพย์ชาอองก็ถูกขยายสาขาในแถบอเมริกาอย่างรวดเร็วและตัวเลือกในตอนนั้นคือลูกชายคนโตของตระกูล ฮีชอลปฏิเสธไม่ได้ที่จะเป็นฝ่ายช่วยผู้เป็นพ่อบริหารงานอยู่ฝั่งยุโรป นับตั้งแต่นั้นมายุนโฮก็ตกอยู่ภายใต้อำนาจของมารดามาตลอด


 

“เรื่องนั้น...ผมรู้ดีครับ”

ปั้นรอยยิ้มกลบเกลื่อนความอึดอัดภายในหัวใจ สำหรับทายาทตระกูลชองแล้วแค่เพียงการนึกคิดหรือจะลงมือทำอะไรตามอำเภอใจนั้นถือเป็นแค่เพียงเรื่องเพ้อฝันและไม่มีทางที่มันจะเป็นจริง!


 

ราวกับหุ่นเชิด.. 

สั่งหันซ้ายก็ต้องซ้าย...ขวาก็ต้องขวา

ไม่ต่างอะไรกับคนตายทั้งเป็น!


 

แม้กระทั่งสัมผัสอบอุ่นที่เรียกว่า ‘ครอบครัว’ ก็ยังไม่เข้าใจความหมายของมันเสียด้วยซ้ำ กรอบสี่เหลี่ยมถูกตีล้อมกักให้รับรู้หน้าที่และเดินตามเส้นทางจากผู้กำให้เกิด


 

ไร้ความรักและความเข้าใจ


 

แม่ผู้บ้าอำนาจหน้าที่การงานและเงิน...จนละเลยการเอาใจใส่คนรอบกาย

พ่อผู้ใต้บังคับบัญชาแห่งนายหญิงตระกูลชอง...หลงเหลือไว้เพียงชื่อที่เขาสัมผัสถึง                  

 แม้กระทั่งพี่ฮีชอล...ลูกชายคนโตของตระกูลชองก็ทิ้งให้เขาเผชิญกับความรับผิดชอบอันแสนสาหัส


ไม่มีใครสักคน...ที่นึกถึงหัวใจแสนบอบช้ำที่ถูกกดย้ำซ้ำแล้วซ้ำอีก

 

ไม่มี...

ทุกคนล้วนแต่เห็นแก่ตัวกันทั้งนั้น!


 

♥♥♥



                                                  เส้นทางสวยงามที่วาดเขียนด้วยใจปรารถนา...

 

                                                    อิสรภาพช่างเป็นสิ่งสวยงามเหลือเกิน...

 

                                                    เพียงแค่คว้าไว้และโบยบินไปกับมัน...

     


สถานที่ขนาดใหญ่กว้างปกคลุมพื้นที่ย่านจางชุงเกือบทั้งแถบ พื้นที่กว่าห้าหมื่นตารางเมตรถูกเนรมิตให้กลายเป็นสถานศึกษาเอกชนระดับแนวหน้าของประเทศ ด้วยสิทธิพิเศษของนักเรียนระดับไอคิวชั้นสูง รึไม่ก็ต้องเป็นบรรดาลูกท่านหลานเธอที่ต่างต้องรวยระดับเศรษฐีจึงมากพอสำหรับการเข้าศึกษาที่นี่ ‘Chaong Internationnal School’ โรงเรียนนานาชาติชาออง ชื่อเสียงเรียงนามมานับกว่าสามสิบปีเป็นเครื่องการันตีได้ดี และนี่ก็ถือเป็นหนึ่งในธุรกิจที่อยู่ภายใต้การปกครองโดยตระกูลเศรษฐีเก่าแก่อันดับต้นๆ ของประเทศอย่างชาออง


 

เสียงพูดคุยจอแจไปทั่วมุมต่างๆ ของตึกอาคาร เช้าของการเรียนรู้สัปดาห์ใหม่เริ่มขึ้นด้วยรอยยิ้มปนเสียงหัวเราะ ภาษาต่างประเทศอย่างภาษาไทยดูจะเป็นวิชาแปลกใหม่ที่สร้างความประทับใจภายในห้องเรียนชั้นประถม นั่นไม่รู้ว่าเพราะบทเรียนหรือใบหน้าสวยๆ ของคุณครูกันแน่ที่เรียกความสนใจจากเด็กๆ

               

 

 

อาจจะเป็น...เหตุผลข้อหลังเสียมากกว่าล่ะมั้ง


               

“เอาล่ะเด็กๆ วันนี้จบบทเรียนไว้แค่นี้ก่อน อาทิตย์หน้าอย่าลืมส่งการบ้านนะ” เสียงใสหวานพร้อมรอยยิ้มบางๆ ขลับให้ใบหน้าสวยดูงดงามเปล่งปลั่ง เหล่าบรรดานักเรียนต่างจดจ้องดวงหน้าคุณครูคนสวยอย่างไม่สามารถละสายตา 

               

 

 

คุณครูนางฟ้า...

               

 

 

“ครับ/ค่ะ”


               

“ไม่ต้องหรอกนักเรียน คุณครูถือไหว ขอบใจมากนะ” แจจุงลูบศีรษะกลมๆ ของนักเรียนชายอย่างเอ็นดู นั่นเรียกอาการอิจฉาของเพื่อนๆ ในชั้นเรียนได้ไม่น้อยเลยทีเดียว มือบางรวบหนังสือในแขนป้อมถือไว้เสียเอง อดไม่ได้ที่จะแจกยิ้มตามประสาคนอัธยาศัยดีให้เด็กๆ ได้ขวยเขินเล่น

               

 

ร่างบางเดินออกจากห้องเรียนหลังจากเสร็จสิ้นภารกิจสอนนักเรียนชั้นประถมศึกษาชั้นปีที่ไปอีกหนึ่งชั่วโมงเต็ม ระยะทางระหว่างห้องเรียนและห้องพักครูต่างเต็มไปด้วยเหล่านักเรียนและอาจารย์ที่ออกมาเดินเล่นตามระเบียงทางเดิน


“นายนั่นนิ!” ขาเรียวก้าวตามทางเดินของอาคารด้วยความเคยชินชะงักหยุดกึก นัยน์ตากลมโตเบิกกว้างขึ้นอย่างตกใจเมื่อร่างสง่าคุ้นตาปรากฏตัวอยู่สุดทางเดิน

               

“เฮ้! อาจารย์คนสวย! จะไม่ทักกันหน่อยรึไงครับ!” ไม่ทันที่จะหันตัวกลับเสียงปลายทางนั่นก็โพล่งขึ้น จนคนตั้งใจจะหลบหน้าได้แต่กัดริมฝีปาก กำมือแน่นนึกโทษตนเองที่ไหวตัวไม่ทัน

               

“สวัสดีฮะ!” ทักทายไม่เต็มเสียงก่อนเอียงตัวหลบอีกฝ่ายที่กักทางเดินจนร่างขยับตัวไปไหนไม่ได้

               

“นี่! คุยกันก่อนสิครับ”

               

ไม่ว่าแจจุงจะขยับหนีไปทิศทางไหนอีกฝ่ายก็ขยับตามประกบไม่ให้มีช่องว่างในการหลบหนี คิ้วเรียวสวยขมวดขึ้นหงุดหงิดส่งสายตาไม่พอใจให้ร่างหนารับรู้ก่อนจะเลือกหันหลังเดินกลับไปยังทิศทางเดิม แต่ทว่าไม่เป็นอย่างใจคิดเมื่ออีกฝ่ายฉุดยื้อมือบางไว้ เปลือกตาบางเบิกขึ้นตกใจอีกรอบของวันเมื่อชายหนุ่มนั่งคุกเข่าพร้อมยื่นดอกกุหลาบสีครีมช่อสวยด้วยสีหน้าจริงจัง

               

“เนื่องในโอกาสอะไร...” สายตาเลิ่กลั่ก ใบหน้าสวยปั้นหน้าบึ้งตึงกลบความร้อนผะผ่าวของแก้มใส

               

“ครบรอบห้าเดือนที่ผมตามจีบอาจารย์คนสวยไงครับ” คำพูดเอ่ยอย่างหยอกล้อผิดกับสายตามุ่งมั่นที่เจือปนด้วยรอยยิ้มจางๆ

               

“ถ้ารับแล้วนายจะรีบกลับไปใช่รึเปล่า”

 แจจุงที่ตอนแรกดูจะอึ้งๆ ถึงกับหยุดนิ่งชั่วครู่ตัดสินใจยื่นมือออกไปรับดอกไม้ช่อโตทั้งๆ ที่ยังคงมึนงงอยู่ไม่น้อย รอบบริเวณนั้นไม่ได้มีเพียงแจจุงและชายหนุ่มเพียงสองคนแต่ยังมีทั้งนักเรียนและบรรดาอาจารย์อยู่แถวๆ นั้นด้วย ดังนั้นทั้งคู่จึงตกเป็นเป้าสายตาโดยไม่ต้องคาดเดา ริมฝีปากบางเม้มเกร็งกลัวจะเผยรอยยิ้มดีใจให้อีกฝ่ายเห็น ก่อนจะรีบเดินหายเข้าไปภายในห้องพักครู

               

“ขอบคุณนะครับอ